Human Flow (2017) ฮิวแมน โฟลว์
เรื่องย่อ
Human Flow คือผลงานหนังสารคดีเรื่องเยี่ยมฝีมือของ อ้าย เว่ย เว่ย ศิลปินชาวจีนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ว่าด้วยวิกฤตผู้ลี้ภัยที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลกในยุคปัจจุบัน โดยภาพยนตร์จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับการดิ้นรนของผู้คนกว่า 65 ล้านคน จาก 40 แห่งใน 23 ประเทศที่ถูกบีบให้ต้องอพยพจากภูมิลำเนาด้วยภาวะสงคราม ความอดอยาก สู่การเดินทางอันยาวไกลเพื่อแสวงหาความปลอดภัย แหล่งที่อยู่อาศัย ไปจนถึงชีวิตใหม่ สารคดีเรื่องนี้ตีแผ่ประเด็นผู้ลี้ภัยและปมภายในจิตใจของมนุษย์ ถ่ายทำในกว่า 23 ประเทศทั่วโลกที่ประสบปัญหา อาทิ อัฟกานิสถาน, บังคลาเทศ, ฝรั่งเศส, กรีซ, เยอรมนี, อิรัก, อิสราเอล, อิตาลี, เคนยา, เม็กซิโก, ตุรกี และ ไทย Human Flow ติดตามกลุ่มคนโชคร้ายที่ต้องการเพียงความมั่นคงและความปลอดภัย ตั้งแต่ค่ายผู้อพยพบนชายฝั่งติดกับมหาสมุทรไปจนถึงเส้นแบ่งเขตแดนที่รายล้อมไปด้วยลวดหนาม จากความสิ้นไร้หนทางและความผิดหวังไปสู่ความกล้าหาญ ความอดทน และการปรับตัว จากชีวิตที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังสู่อนาคตที่คาดเดาอะไรไม่ได้
ผู้กำกับ
- Ai Weiwei
บริษัท ค่ายหนัง
- AC Films
- Participant Media
นักแสดง
- Israa Abboud
- Hiba AbedRami
- Abu Sondos
โปสเตอร์หนัง



รีวิวหนัง
หนังสารคดีที่พูดถึงเหล่าผู้อพยพจากแทบจะทั่วทั้งโลกก คือมีเกือบครบทุกกลุ่มคนจริงๆ แต่หลักๆเลยจะเป็นชาวตะวันออกกลาง โดยเริ่มจากการอพยพของชาวอิรัก นั่งเรือข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาขึ้นยังชายฝั่งกรีก ดินแดนยุโรปที่ซึ่งพวกเขาหวังจะพึ่งพิง ด้วยความที่ยุโรปมีนโยบายเลี้ยงดูปูเสื่อผู้ที่อพยพอย่างดี เหล่าผู้อพยพก็หลั่งไหลเข้ามาเป็นล้านๆคน ย้ำ ล้านๆคน มันไม่ใช่ร้อยสองร้อยคนอย่างที่จะเตรียมการรับมือได้ คราวนี้แต่ละประเทศก็ปิดกั้น เขี่ยคนพวกนี้ออกไปจากความรับผิดชอบ จากที่หวังจะมาพึ่ง เขาก็ไม่ให้เข้า กลับก็สงคราม อยู่ในจุดที่กลับตัวก็ไม่ได้ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง
ผู้กำกับแสดงเจตนารมณ์ในการนำเสนอว่าเล่าในมุมที่ยืนข้างผู้อพยพอย่างชัดเจน เราจะได้เห็นภาพการเป็นอยู่ของผู้อพยพที่ช่างแล้นแค้น ประหนึ่งเหมือนอยู่บนดาวคนละดวง เอาจริงๆ ku ว่าทุกคนต้องรู้อยู่แล้วล่ะว่ามันมีสถานการณ์แบบนี้เกินขึ้นอยู่บนโลก เห็นมันผ่านๆตามทีวี อินเตอร์เน็ต แต่ด้วยความที่มันค่อนข้างไกลตัว เราแค่แสดงความเห็นใจแต่ไม่ได้สนใจกับมัน สารคดีเรื่องนี้เหมือนจับเรามานั่งดูสถาณการ์อย่างจริงจัง ไม่ใช่ดูผ่านๆ มาเล่าให้ฟัง บิ้วท์ด้วยกวีต่างๆ บทความจากหน้าหนังสือพิมพ์ และการพูคคุยกับคนในพื้นที่จริงๆ
หนังแอบแซะเหล่ารรัฐบาลที่ไม่ยอมช่วยเหลือผู้อพยพอยู่หน่อยๆ แต่นั่นเป็นการเล่าเรื่องในจุดที่คนเล่ายืนอยู่ฝั่งผู้อพยพ ถ้ามองมุมกว้างอาจเห็นปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง ออกจะเป็นเรื่องการเมือง ไม่ขอพูดถึงละกัน
จุดเด่นของหนังเรื่องนี้คืองานภาพที่สวยงาม ดูจากรายชื่อทีมงานกำกับภาพแล้วดีกรีแต่ละคนก็ระดับปีศาจ หนังเปิดและปิดด้วย Bird eye view รวมถึงระหว่างเรื่องก็ใช้มุมมองแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ละช๊อตสวยๆทั้งนั้น แต่ด้วยความที่เนื้อหาเป็นแนวสารคดี และมีการเล่าแบบปล่อยนิ่ง แทรกบทกวี รวมกับฟุตเทจที่มีเยอะจั๊ดดดด ตัดหนังออกมาได้ 140 นาที แอร์ในโรงหนาวมาก อากาศเมื่อคืนก็หนาว เป็นการดูหนังที่ทรมานมาก จากตอนแรก
ที่ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไปเสพย์ศิลป์ กลายเป็นต้องดูไปด้วยความอดทนแทน (สงสัยรสนิยม ku ต่ำตมเองมั้ง)
#สรุป สะท้อนปัญหาในมุมมองของผู้อพยพได้ชัดเจน งานภาพงดงาม แทรกบทกวี แต่หนังนานและค่อนข้างเนิบ อาจจะเหมาะกับคนที่ชื่นชอบด้านนี้จริงๆ
#kuearth 6/10
ดูหนัง ออนไลน์ ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
If These Walls Could Sing (2022)

