ดูหนัง Joy (2024)
เรื่องย่อ
สร้างจากเรื่องจริง เรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษหัวบุกเบิกในยุค 60 และ 70 และความพยายามของพวกเขาในการพัฒนาไอวีเอฟ ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย ในปี 1968 พยาบาลจีน เพอร์ดีได้รับการว่าจ้างจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการห้องแล็ป โดยมีดร. โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ดส์ นักวิทยาศาสตร์เป็นหัวหน้า พวกเขาได้ร่วมกันคัดเลือกแพทริก สเต็ปโท สูติศาสตร์และศัลยแพทย์ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเข้าร่วมในการวิจัยการสืบพันธุ์ เพื่อพยายามต่อสู้กับภาวะมีบุตรยากในสตรี โรเบิร์ตหวังที่จะคิดค้นขั้นตอนที่พัฒนาไปสู่การปฏิสนธิในหลอดแก้วแพทริกเตือนพวกเขาว่ารัฐบาล คณะสงฆ์ และทุกๆ คนจะคัดค้านพวกเขา
ผู้กำกับ
- Ben Taylor
บริษัท ค่ายหนัง
- Wildgaze
Pathé
นักแสดง
- Bill Nighy
- Thomasin McKenzie
- James Norton
โปสเตอร์หนัง



รีวิวหนัง ดูหนัง Joy
ถ้าคุณชื่นชอบการดูหนังที่ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์กับเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ เชื่อว่าคุณก็อาจจะต้องเพลินใจไปกับหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะนี่คือ “Joy – The Birth of IVF” หนังดรามาที่เป็นไปด้วยความทุ่มเทและความหวังใจทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กับการร้อยเรียงถึงตำนานสารตั้งต้นของความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในวงการแพทย์ของโลกที่ต้องจารึกไว้
ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงในการติดตามวิถีและแนวคิดของ 3 นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่พยายามบุกเบิกในการคิดค้นและสร้างเด็กหลอดแก้ว ท่ามกลางการต่อต้านของประชาคมและคริสตจักร พวกเขาได้ร่วมกันพัฒนาคิดค้นด้วยเวลานับทศวรรษ กลายออกมาเป็นความสำเร็จที่ให้กำเนิด หลุยส์ จอย บราวน์ เด็กหลอดแก้วคนแรกของโลก ที่นำมาซึ่งความสุขและความปลาบปลื้มใจครั้งสำคัญที่เปลี่ยนโฉมวงการวิทยาศาสตร์ไปอีกขั้น
ผลงานการกำกับหนังใหญ่ที่เป็นหนังใหญ่แบบจริง ๆ ของผู้กำกับหนุ่มชาวอังกฤษ “เบน เทย์เลอร์” ที่ได้รับหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ในงานสร้างที่ค่อนข้างใหญ่พอตัว เบนถือว่าเป็นนักสร้างที่มีประสบการณ์กำกับซีรีส์และหนังทางทีวีของอังกฤษมาหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือซีรีส์ดัง Sex Education ที่กลายเป็นว่าเขาได้นำเอาประสบการณ์ที่สั่งสมมา ถ่ายทอดออกมาได้ดีตามมาตรฐานและคุณภาพที่ควรจะเป็น
Joy ถือว่าได้ทีมนักเขียนบทชั้นนำจากอังกฤษมาช่วยระดมการปั้นสตอรี่นี้ นำโดย “แจ็ค ธอร์น” จาก Enola Holmes ทั้ง 2 ภาค ที่ทำให้ร้อยเรียงแบบค่อยเป็นค่อยไป ที่อาจจะไม่ได้มีจุดโดดเด่นอะไรมากนัก แต่ก็ไม่ได้พบจุดด้อยที่ย่ำแย่ใด ๆ ด้วยความที่ประเด็นและโจทย์ของหนังเต็มไปด้วยความทรงพลังที่ยิ่งใหญ่อยู่ตัวเองแล้ว เมื่อนำมาขยี้ออกมาเป็นสไตล์หนังดรามาแบบอังกฤษ ก็จะมีกลิ่นอายดี ๆ ของหนังสร้างแรงบันดาลใจทั่วไปที่ควรจะมี
ดูหนัง ออนไลน์ ภาพยนตร์ที่คล้ายกัน
The Karate Kid (1984) คิด คิด ต้องสู้
Mr. Turner (2014) มิสเตอร์ เทอร์เนอร์ วาดฝันให้ก้องโลก

